อาดิดาส ออริจินอลส์ ปล่อย Yeezy Boost 350 V2 Cinder หล่อเข้มบาดใจ

สาวกสายเข้มเตรียมตัวกันให้พร้อม อาดิดาส ออริจินอลส์และคานเย เวสต์ เตรียมปล่อยสนีกเกอร์โมเดลยอดฮิตอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เป็นคิวของ Yeezy Boost 350 V2 Cinder ที่มาในโทนสีดำสุดเท่สะกดทุกสายตา พร้อมให้ได้จับจองเป็นเจ้าของในวันที่ 21 มีนาคมนี้

Yeezy Boost 350 V2 Cinder โดดเด่นด้วยวัสดุผ้าไพรม์นิท (Primeknit) ที่ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ด้านข้างรองเท้าตกแต่งด้วยหลอดย้อมสีเชื่อมกับ upper เสริมด้วยแถบบริเวณส้นเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ช่วยให้สวมใส่สะดวก ในขณะที่ส่วน midsole ทำหน้าที่ช่วยรองรับทุกการเคลื่อนไหวด้วยเทคโนโลยี BOOST อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอาดิดาส

พบกับ Yeezy Boost 350 V2 Cinder ได้ในวันที่ 21 มีนาคม 2563 ในราคา 7,800 บาท

โดดเด่นด้วยคู่สีขาว-ดำ adidas Superstar Laceless รองเท้าผ้าใบระดับตำนาน

หากพูดถึงรองเท้าที่สามารถผสมผสานเข้ากับการแต่งตัวได้เกือบทั้งหมด adidas Superstar คงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวของหนุ่มๆ หลายคน เพราะรองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าที่ดีไซน์เรียบแต่ดูดี สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันพักผ่อนสบายๆ หรือแม้แต่วันทำงาน ขณะที่ปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 50 ของรองเท้า adidas Superstar ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นโลก

วันนี้ Sanook Men จึงถือโอกาสพาทุกคนมาแกะกล่อง adidas Superstar รุ่น Laceless รองเท้าผ้าใบไร้เชือก (แต่ก็มีเชือกแถมมาให้) มาดูกันสิว่า จะสวยลงตัวขนาดไหน

ต้องบอกว่ารองเท้า adidas Superstar Laceless ออกแบบมาพิเศษให้ดูแตกต่างและทันสมัยขึ้น ทางแบรนด์จึงดีไซน์ตัวรองเท้าเป็นผ้าใบกึ่งสลิปออน สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องร้อยเชือก แต่หากอยากใส่แบบมีเชือกในกล่องก็มีเชือกทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ แถมมาให้ด้วย

ด้านหัวรองเท้าทางแบรนด์ยังคงเลือกใช้ลวดลายเปลือกหอยอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม เพิ่มเติมคือบริเวณแผ่นรองฝ่าเท้าขึ้นรูปมาเป็นพิเศษบุด้านในด้วยหนังมีรายละเอียดความความยับย่นเล็กน้อย ซึ่งเข้ากับตัวพื้นรองเท้าที่ถูกนำเสนอแบบสีขาวตุ่นๆ มีความคลาสสิกเป็นอย่างมาก

ขณะที่จุดเด่นที่เห็นได้ของรองเท้าคู่นี้คือมาพร้อมลิ้นรองเท้าใหญ่ขึ้นทำให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยตัวลิ้นมียางยืดรัดไว้ทำให้ไม่สามารถดึงขึ้นลงได้เยอะแบบรุ่นปกติ ด้านตัวรองเท้าก็ยังคงใช้หนังแท้อย่างเดิม

รองเท้าคู่นี้เหมาะกับใคร

adidas Superstar Laceless เป็นรองเท้าที่เหมาะกับหนุ่มๆ ทั้งสายสตรีทและสายมินิมอล เพราะตัวรองเท้าถูกคลุมให้มีแค่สีขาว-ดำ จึงสามารถใส่ได้ในหลายโอกาส จะจับคู่กับเสื้อยืด-กางเกงยีนส์ หรือ จะใส่กับเชิ้ตสีเรียบ-กางเกงสแล็คก็เข้ากัน ยิ่งใครชอบแต่งตัวเรียบๆ ผมว่ายังไงก็ถูกใจ

เกร็ดน่ารู้

adidas Superstar ในอดีตถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับกีฬาบาสเกตบอล โดยทีมออกแบบของอาดิดาสประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสได้พยายามหาทางในการนำยางมาประกอบที่หัวรองเท้าเพื่อปกป้องปลายเท้าของนักกีฬาที่สวมใส่ และเมื่ออาดิดาสประเทศฝรั่งเศสนำรองเท้าที่มีหัวเป็นยางหน้าตาคล้ายเปลือกหอยนี้ออกสู่สาธารณะ มันก็ได้รับความนิยมถล่มทลาย

ความสำเร็จของ adidas Superstar ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในโลกของบาสเกตบอล เมื่อศิลปินระดับแถวหน้าอย่าง Run DMC ใส่ adidas Superstar ขึ้นคอนเสิร์ตในสไตล์ที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร ด้วยการเอาเชือกรองเท้าออกและเอาลิ้นรองเท้ามาไว้ด้านนอก adidas Superstar ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณเสรีและความมีชีวิตชีวาของวัยรุ่น จนในเวลาต่อมารองเท้าคู่นี้กลายเป็นไอเทมที่หลายคนต้องมีติดบ้าน

สำหรับใครที่สนใจ adidas Superstar Laceless ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้ว สนนราคา 4,000 บาท ที่ adidas Brand Center Central World, adidas Brand Center Siam Paragon, adidas Originals

YEEZY BOOST 350 V2 DESERT SAGE เตรียมขายวันที่ 14 มีนาคมนี้

อาดิดาส ออริจินอลส์และคานเย เวสต์ ประกาศข่าวดีๆ ออกมาให้แฟนๆสายแฟชั่นได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง กับผลงานการร่วมงานกันครั้งล่าสุดอย่าง YEEZY BOOST 350 V2 DESERT SAGE ที่มีมาทั้งไซส์ผู้ใหญ่ เด็ก และเด็กเล็ก พร้อมให้จับจองไปใส่กันแบบคูลๆ ทั้งครอบครัว

YEEZY BOOST 350 V2 DESERT SAGE โดดเด่นด้วยวัสดุผ้าไพรม์นิท (Primeknit) ที่ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม แถบด้านข้างรองเท้าเป็นแบบสะท้อนแสงเชื่อมกับ upper ในขณะที่ส่วน midsole ทำหน้าที่ช่วยรองรับทุกการเคลื่อนไหวด้วยเทคโนโลยี BOOST อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอาดิดาส

พบกับ YEEZY BOOST 350 V2 DESERT SAGE ผู้ใหญ่ ราคา 7,800 บาท สำหรับไซส์เด็ก ราคา 5,800 บาท และสำหรับไซส์เด็กเล็ก ราคา 5,000 บาท

แอร์แมกซ์ 90 (Air Max 90) ปรับโฉมใหม่ ฉลองครบรอบ 3 ทศวรรษ

รองเท้าแอร์แมกซ์ 90 (Air Max 90) เป็นเสมือนรองเท้าที่ช่วยให้ไนกี้พัฒนานวัตกรรมไนกี้แอร์ (Nike Air) ไปอีกขั้น โดยรองเท้ารุ่นนี้ออกแบบโดยดีไซเนอร์รองเท้าระดับตำนานอย่าง ทิงเกอร์ แฮทฟิลด์ (Tinker Hatfield) และออกวางจำหน่ายครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่ารุ่นแอร์แมกซ์ III (Air Max III) ในปี 1990 รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าที่มีชิ้นส่วนไนกี้แอร์ขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นและยังสามารถปรับรูปแบบการร้อยเชือก หรือผูกเชือกรองเท้าได้หลากหลายขึ้นเพื่อให้พอดีกับเท้าของผู้สวมใส่มากที่สุด รองเท้าแอร์แมกซ์ 90 ยังเป็นรองเท้าที่มีรูปลักษณ์น่าจดจำ โดยเฉพาะการออกแบบให้หน้าผ้ารองเท้าประกอบขึ้นจากการนำวัสดุที่แตกต่างมาซ้อนกันนั้น ช่วยให้ไนกี้สร้างคู่สีที่โดดเด่นได้มากมาย เป็นเสมือนสีสันใหม่ของการออกแบบรองเท้าวิ่งอย่างแท้จริง

ในช่วงทศวรรษที่ 2000 รองเท้าแอร์แมกซ์ 90 กลายเป็นรองเท้าคลาสสิก เมื่อไนกี้นำรองเท้ารุ่นนี้กลับมาวางจำหน่ายใหม่ในช่วงต้นทศวรรษดังกล่าว รองเท้ารุ่นนี้กลายเป็นรองเท้าคู่ใจของผู้ชื่นชอบสตรีทแฟชั่น และยังเป็นรองเท้าที่ผู้เป็นเจ้าของมักจะนำมาปรับแต่ง หรือตกแต่งให้สะท้อนเอกลักษณ์ของตน ชื่อเสียงของรองเท้าแอร์แมกซ์ 90 ยังคงอยู่ในสังคม แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า15, 20 หรือ 25 ปี จนปัจจุบัน รองเท้าแอร์แมกซ์ 90 มีอายุครบ 30 ปีนับจากการวางจำหน่ายครั้งแรก

ไนกี้ภูมิใจเสนอรองเท้าแอร์แมกซ์ 90 รุ่นปรับโฉมใหม่เพื่อต้อนรับจุดเริ่มต้นของทศวรรษใหม่ในปี 2020 นี้ (จุดต่างๆ ที่ไนกี้ปรับเปลี่ยนนั้นรวมถึงขนาดของพาเนลแต่ละชิ้น ความสูงของส่วนหน้ารองเท้า และรูปแบบของส่วนหลังรองเท้าเพื่อรองรับกับข้อเท้า) โดยไนกี้จะวางจำหน่ายรองเท้าแอร์แมกซ์ 90รุ่นปรับโฉมนี้ในหลากหลายสีสันซึ่งจะอิงกับคู่สีของรองเท้าเมื่อวางจำหน่ายครั้งแรก นอกเหนือจากการปรับโฉมภายนอก ไนกี้ยังปรับโฉมองค์ประกอบภายในอีกมาก ทั้งโครงสร้างและผ้าชั้นบุด้านในที่มีความนุ่มสบาย บริเวณพื้นในของรองเท้านั้นยังซ่อน “ไข่อีสเตอร์” ไว้เป็นลูกเล่นให้แฟนๆ ค้นหา คือด้านล่างของพื้นในรองเท้าจะเป็นรูปพื้นของรองเท้าไนกี้แอร์แมกซ์ 1 (Air Max 1) และเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ทศวรรษของรองเท้าแอร์แมกซ์ 90 ไนกี้ยังเลือกใช้กล่องรองเท้าแบบทรง Skinny ที่ไนกี้เคยใช้กับรองเท้าหลายรุ่นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 และลวดลายบนกล่องยังเป็นลายคู่สีแบบ Hazard stripes อีกด้วย

รองเท้าแอร์แมกซ์ 90 รุ่นฉลองครบรอบ 3 ทศวรรษ จะวางจำหน่ายที่ร้านไนกี้บางสาขา และทาง nike.com ในราคา 4,600 บาท เร็วๆนี้

Converse x Pigalle พลังของดนตรีที่จะขับเคลื่อนโลก

ในซีซั่นนี้ Converse ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมกลุ่มย่อยที่มีอธิพลต่อโลกใบนี้อย่างดนตรีและกีฬา จึงได้ร่วมมือกับแบรนด์สตรีทชื่อดังอย่าง Pigalle ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดนเด่น ก่อตั้งโดย Stephane Ashpool ที่เป็นแฟนตัวยงของกีฬาบาสเก็ตบอล และได้เคยร่วมงานกับแบรนด์ดังทั่วโลกมากมาย อาทิ Chanel, Nike และ Casio ที่มาร่วมสร้างสีสันและมิติใหม่ที่มีชีวิตชีวาให้กับ Chuck 70 เพื่อให้พลังของดนตรีและกีฬาจุดประกายการเคลื่อนไหวทางสังคม

ล่าสุด Pigalle ได้สร้างสนามบาสเก็ตบอลแห่งที่ 2 ขึ้น (สนามบาสเก็ตบอลแห่งแรก คือ สนามเก่าที่ตั้งอยู่ระหว่างอพาร์ทเมนต์สองหลังซึ่งถูกตกแต่งขึ้นใหม่ และใช้ชื่อว่า “Pigalle Duperre”) โดยการใช้รองเท้ารีไซเคิลกว่า 45,000 คู่ มาร่วมสร้างและแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือ Coverse ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย จนเป็นแรงบันดาลใจนำมาซึ่งรุ่น Chuck 70 Ox โดยการนำสีจากสนามบาสที่ไล่สีจากโทนม่วงไปเหลืองเป็นหลัก

 

เพิ่มรายละเอียดด้วย texture บน upper ของรองเท้า วัสดุรองเท้าเป็นแคนวาส ที่ตกแต่งด้วยเส้นด้ายคอตตอนและเคลือบทับตัวรองเท้าอีกชั้นด้วยฟิล์ม TPU (Thermoplastic Polyurethan ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง จัดเป็น soft case ประเภทหนึ่ง มีข้อดีคือสามารถใช้งานได้นานโดยไม่เสียรูปทรง และไม่ดักจับฝุ่น case ประเภทนี้จึงไม่สกปรกง่าย) เชือกรองเท้ามีสองสีให้เลือกใช้ และ custom hand tag ส่วนพื้นรองเท้าเป็นการไล่สีมาพร้อมกับสโลแกนของ Pigaglle ที่เขียนว่า “The Power of The Music to move The World” บริเวณส้นรองเท้า มีให้เลือก 2 สี Multi / black และ white / vast gray

Nike Air Max 270 รองเท้าวิ่ง Life Style

บริษัท Nike ได้มีการผลิตรองเท้ารุ่น Air Max ออกมาหลากหลายรุ่น นับตั้งแต่ Air Safari ที่เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปี 1987 แต่โครงสร้าง Air Unit ที่ทาง Nike ใช้ในรองเท้าแบบ Life Style ในก่อนหน้านี้ได้มีการพัฒนาขึ้นเพื่อรองเท้าวิ่งโดยเฉพาะ ซึ่ง Air Max 270 ถือว่าเป็นโครงสร้างที่ทาง Nike ได้พัฒนาขึ้นให้เหมาะสมกับการวิ่งแบบ Life Style ที่ให้ผู้วิ่งได้สัมผัสความเบาสบายที่แท้จริงได้ยิ่งขึ้น

รองเท้า Nike Air Max 270 นั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก 2 รุ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Air ที่เป็นเรือธงอย่าง Air Max 180 และ Air Max 93 ซึ่งจะโดดเด่นด้วย Air ที่ส้นขนาดใหญ่ที่สุดที่ทาง Nike ได้ผลิตออกมา เพื่อความนุ่มนวลอย่างน่าเหลือเชื่อ พร้อมกับลุคที่แหวกแนว

โครงสร้างของรองเท้า Nike Air Max 270 ที่จะมอบความรู้สึกกระชับ และยืดหยุ่นไปกับเท้าของคุณ ซึ่งโครงจะมีทั้งหมด 2 ส่วน ได้แก่ส่วนทึบ และส่วนที่เป็นตาข่าย โดยโครงสร้างที่เน้นไปที่การระบายอากาศในจุดที่นักวิ่งต้องการมากที่สุด เพราะฉะนั้นหมดกังวลเรื่องกลิ่น และความร้อนในรองเท้าไปได้

พื้นรองเท้าของ Nike Air Max 270 ที่ถูกสร้างขึ้นจากโฟมหนาแน่นถึง 2 ชั้น ที่มาพร้อมกับ Max Air ที่มีขนาดใหญ่ที่จะช่วยลดการกระแทกเป็นพิเศษ เพื่อความสบายในการใส่ และช่วยลดอาการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี

ในส่วนอื่นๆ ไม่แตกต่างอะไรจากรุ่นก่อนๆเท่าไหร่ ที่ส่วนบนจะเป็นแบบหุ้มส้นเท้าชั้นนอกชนิดแบบไร้รอยเย็บ เพื่อเพิ่มความสบายให้มากยิ่งขึ้น เชือกรองเท้าที่ออกแบบมาในการสวมใส่ให้กระชับที่พอดี และพื้นรองเท้าที่เป็นยางชั้นนอกแบบทึบที่ปลายเท้า และแบบใสที่ส้นเท้า

แถมรองเท้า Nike Air Max 270 เมื่อก่อนเคยถูก Kevin Durant นักบาสเกตบอลเป็นผู้ทดสอบใส่ลงสนามในการแข่งขัน โดยเขาได้ใส่รุ่นนี้ถึง 2 ครั้งด้วย โดยส่วนตัวเขาบอกว่า ชื่นชอบ และหลงรักมันมาก

รองเท้า Nike Air Max 270 เริ่มวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วใน Nike Store โดยจะผลิตและส่งออกที่ประเทศเวียดนาม ในแถบภูมิภาคอาเซียน โดยจะมีให้เลือกหลากหลายสีด้วยกัน ราคาอยู่ที่ 5,500 บาท

รองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม ฟลาย ฟลายนิต (Nike Zoom Fly Flyknit)

ถ้าหากมีรองเท้าวิ่งที่ผสานพื้นรองเท้าที่มีความนุ่มสบายและสามารถตอบสนองผู้สวมใส่ได้ดีด้วยนวัตกรรมโฟมไนกี้รีแอค (Nike React Foam) กับหน้ารองเท้าที่ผลิตจากเส้นใยฟลายนิต (Flyknit) ที่สวมใส่ได้กระชับรับกับเท้าและระบายอากาศได้ดี รวมถึงแผ่น พื้นรองเท้าคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber) แบบยาวครอบคลุมตลอดเท้าที่ใช้ในรองเท้าวิ่งระดับมืออาชีพของไนกี้อย่าง

รุ่นซูมเวเปอร์ฟลาย 4% (Nike Zoom Vaporfly 4%) ขึ้นมาจริงๆ คุณคิดว่ารองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้าวิ่งที่ช่วยให้ผู้สวมใส่วิ่งได้เร็วขึ้นมากที่สุด ทนทานที่สุด และเอื้อต่อการวิ่งแบบต่อเนื่องมากที่สุดได้หรือไม่ ตอนนี้ไม่ต้องนั่งฝันอีกต่อไปแล้ว เพราะไนกี้นำเสนอรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุด ไนกี้ ซูม ฟลาย ฟลายนิต (Nike Zoom Fly Flyknit) ที่ผสานคุณสมบัติข้างต้นทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว รองเท้าไนกี้ ซูมฟลาย ฟลายนิต จำหน่ายอย่างเป็นทางการในสี Neon-On-Black ในวันที่ 04 ตุลาคมนี้ ราคา 5,800 บาท ทั้งทางเว็บไซต์ nike.com และที่ร้านไนกี้

Onitsuka Tiger เปิดตัว Delegation EX รองเท้าแรงบันดาลใจจากรุ่นปี 1964

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่น ยังคงนำเสนอคอลเลคชั่นแนวร่วมสมัยผสมผสานแฟชั่นให้เข้ากับกีฬาและมรดกทางวัฒนธรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 โอนิซึกะ ไทเกอร์ ได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ Delegation EX™ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าที่สวมใส่โดยทีมญี่ปุ่นในโอลิมปิกที่โตเกียวเมื่อปี 1964 บนลิ้นของรองเท้ามีโลโก้ TOKYO ONITSUKA™ ซึ่งตกแต่งด้วยรูปแบบดั้งเดิมจากปี 1964 และลวดลายของลู่วิ่งที่ถูกวาดลงบนพื้นรองเท้าด้านในซึ่งชวนให้นึกถึงอารมณ์ในช่วงเวลานั้น

สำหรับพื้นรองเท้าส่วนกลางได้นำ FLYTEFOAM™ Propel โฟมที่ให้ความยืดหยุ่นอย่างดีเยี่ยมเพื่อมอบการสวมใส่ที่สบายตลอดทั้งวัน พบกับรองเท้าสไตล์สปอร์ต Delegation EX™ กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ช็อป โอนิซึกะ ไทเกอร์ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ OnitsukaTigerTH และช้อปออนไลน์กับสินค้า Onitsuka Tiger ได้ ผ่านทาง Onitsuka Tiger E-Store

YEEZY BOOST 350 V2 FLAX ผลงานคอลแลปส์ล่าสุดจาก อาดิดาส ออริจินอลส์ และคานเย เวสต์

อาดิดาส ออริจินอลส์ และเจ้าพ่อแร็พเปอร์คนดัง คานเย เวสต์ กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ต่อยอดความประทับใจกับ YEEZY โมเดลยอดฮิตระดับโลกด้วยผลงานชิ้นล่าสุดอย่าง ADIDAS ORIGINALS YEEZY BOOST 350 V2 FLAX ที่จะวางขายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้

YEEZY BOOST 350 V2 FLAX โดดเด่นด้วยวัสดุผ้าไพรม์นิท (Primeknit) ที่ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้านข้างรองเท้าตกแต่งด้วยหลอดย้อมสีเชื่อมกับ upper เสริมด้วยแถบผ้าบริเวณส้นเท้าที่ดึงดูดสายตาและช่วยให้สวมใส่สะดวก ปิดท้ายด้วยส่วน midsole ที่ช่วยรองรับทุกการเคลื่อนไหวด้วยเทคโนโลยี BOOST อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอาดิดาส

พบกับ YEEZY BOOST 350 V2 FLAX ได้ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 ในราคา 7,800 บาท

JAM Homemade และ Converse ร่วมกันออกรองเท้าสีสันสดใส

รองเท้าวัยรุ่นสุดฮิตสัญชาติอเมริกาอย่าง Converse ได้จับมือพันธมิตร JAM Homemade ร่วมกันออกรองเท้าสุดเก๋ ที่มีแรงบันดาลใจมากจากอัญมณีประจำเดือนเกิด (Birthstone) โดยใช้โมเดลรองเท้ารุ่น ALL STAR 100 HI ที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งจะเปิดให้จองในวันที่ 1 กันยายน 2018 ที่ JAM Homemade Tokyo และร้านค้าออนไลน์ และเริ่มจัดส่งในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

รองเท้าหลากสีที่มีแรงบันดาลใจมาจาก Birthstone

เป็นการเลือกนำสีจากอัญมณีประจำเดือนเกิด มาผสมผสานลงบนรองเท้าสุดฮิป โดยดึง ALL STAR 100 HI มาเป็นตัวชูโรง ซึ่งไอเทมนี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของ JAM Homemade เลยทีเดียว นอกจากนี้ด้านในของรองเท้ายังได้มีการพิมพ์ชื่อของอัญมณีประจำเดือนเกิดเป็นตัวอักษรคาตาคานะ สร้างความยูนีคให้กับไอเทมนี้อีกด้วย

รายละเอียด
JAM Homemade x CONVERSE (ALL STAR 100 HI)
เริ่ม Pre-sale : 1 กันยายน 2018 , สินค้าจะจัดส่งปลายเดือนตุลาคม
สถานที่จำหน่าย : JAM Homemade Tokyo Shop, JAM Homemade Online shop, JAM Homemade ZOZOTOWN shop
ไซส์ : 23 cm – 30 cm