VANS OldSkool Mary Rand

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

VANS : Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White

แวนส์ : โอลด์ สคูล (แมรี่ แรนด์ แลนด์) – เทอเทิ้ลโดฟ/ทรู ไวท์

สี : พื้นครีม ลายMary Rand Land

ราคา : 2,800.-

ค่าส่ง : 100.- [EMS : 1-2 วันของถึงหน้าบ้านเลยครับ]

รวม : 2,900.-

Most Snower! With The VANS “Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White” : Price 2,800.-

“แมรี่ แรนด์ แลนด์” โอลด์ สคูล ลิมิเต็ดอิดิชั่น ผลิตผล Floral Design จากทีม Snow ของ VANS ที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างสวยสะดุดหยุดทุกสายตาบนผืนผ้าใบโมเดล Best Seller ตลอดกาลอย่าง Old Skool รุ่นนี้ครับ ทั้งโทนสีทรวดทรงและดีไซน์ดีขนาดนี้ บอกได้คำเดียวครับว่า พลาดรอบนี้แล้วไม่ต้องถามหากันอีกแน่นอนนน

Hailing from the east coast, Mary Rand cut her teeth riding rugged street and park terrain. As she made her way west and onto the elite global team, she quickly added “backcountry savage” to her profile. Featuring a custom colorway with a floral design, the Mary Rand Old Skool combines the classic VANS sidestripe skate shoe with sturdy canvas and suede uppers, re-enforced toecaps to withstand repeated wear, padded collars for support and flexibility, and signature rubber waffle outsoles.

รหัสสินค้า : vans_672

Size : 5us(36-37) 23cm | 6us(38) 24cm | 7us(39) 25cm | 8us(40-41) 26cm | 9us(42) 27cm | 10us(43) 28cm | 11us(44-45) 29cm

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) - Turtledove/True White : Price 2,800.-

[VANS] Old Skool (Mary Rand Land) – Turtledove/True White : Price 2,800.-

Vans Old Skool ฮิตแล้วฮิตอีกรองเท้า สนีกเกอร์ในตำนาน

พักนี้ถ้าพูดถึงรองเท้าผ้าใบสตรีทสไตล์ที่กำลังกลับมาแรงอีกครั้ง ก็ต้องยกให้สนีกเกอร์ในตำนานอย่าง Vans Old Skool เลยค่ะ! โดยเฉพาะการใส่แบบเหยียบส้น วันนี้เราก็เลยขอเอาในคอสตรีทกันหน่อย มีไอเดียแฟชั่นรองเท้า Vans Old Skool ว่าจะแต่งกับอะไรให้มีความคูล ลองไปดูกันค่ะ!

รองเท้า Vans Old Skool

ทริคง่ายๆ คือใส่กับเสื้อยืด กางเกงยีนส์ ถุงเท้าตึง หรือจะใส่เหยียบส้นแบบที่กำลังฮิตกันก็ได้ ส่วนใครอยากได้ลุคผู้หญิงขึ้นมาอีกนิดก็จับมิกซ์กับเดรสสวยๆ ได้เลย เทรนด์รองเท้า Vans คราวนี้ใส่ได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย จะชวนแฟนใส่เป็นไอเท็มคู่กันก็น่ารักดีน้าาา

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

รองเท้า Vans Old Skool

แฟชั่นรองเท้า Vans ผ้าใบเซอร์ๆ แต่ใส่แล้ว Cool

งานรองเท้าผ้าใบยังไม่จบ! ใครเป็นสาวเซอร์ชอบใส่รองเท้าผ้าใบง่ายๆ แต่สบายกว่า! มี Vans ไว้สักคู่ยังคะ!? บอกเลยสาวชิคตัวจริงจะไม่มองว่ามันคือรองเท้าสเก็ตบอร์ธรรมดาทั่วไป แต่มันคือแฟชั่นสตรีทที่ฮิตยาวต่อเนื่อง แถมยังหยิบมาใส่ได้เรื่อยๆ ด้วย ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องเอามามิกซ์กับเสื้อผ้าแนวเดิมๆ เพียงอย่างเดียว ต่อให้ใส่เดรสหรูๆ กระโปรงหวานๆ หรือชุดราคาแพง ก็เอารองเท้า Vans มาแมทช์รวมกันให้ออกมาดูมีสไตล์ได้นะจ๊ะ ไม่เชื่อต้องลองไปดู รับรองว่า Cool แน่!!

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

รองเท้า vans

แฟชั่นรองเท้า Vans ผ้าใบเซอร์ๆ แต่ใส่แล้ว Cool

รีวิวรองเท้า vans

รีวิวรองเท้า Disney Collection and Vans รุ่น Classic Slip-On

รีวิวรองเท้า Disney Collection and Vans รุ่น Classic Slip-On เป็นครั้งแรกกับการซื้อ VANS มาลองใส่ ซึ่งตอนแรกจะซื้อผ่านเว็บ Zalora (ราคา 3,100 บาท) แต่ของหมดไวมากก เลยต้องระเห็จไปพึ่งร้านพรีออเดอร์ ได้มาในราคา 2,900 บาท จากร้าน @sweetmustaches ในอินสตาแกรม ซึ่งรับพรีจาก เกาหลี-เยอรมัน ในระยะเวลา 10-20 วัน ส่งฟรีลงทะเบียนค่ะ

Disney and Vans Product (ชื่อสินค้า):

DISNEY SLIP-ON

Color (ชื่อสี):

BELLE/TRUE WHITE
สาเหตุที่เลือกรุ่นนี้:

กำลังมองหารองเท้าแบบ Slip-On มาแทนคอนเวิสคู่เก่าที่ใส่จนเยินมากแล้ว
จังหวะประจวบเหมาะกับที่ทาง VANS ปล่อยคอลเลกชั่น Disney Princess ออกมา แต่รุ่นนึงจะมีลายเดียว ในรุ่น Slip-On เป็นลายเจ้าหญิงเบลล์ พื้นยางสีขาว ซึ่งเรามองว่ามันก็โอเคนะ สวยดี เลยสอยมาค่ะ

ภายในกล่องจะบรรจุรองเท้า 1 คู่ มีกระดาษห่อพิมพ์ลายรวมมิตรตัวละครดิสนีย์ แต่ไม่มีกระดาษยัดในรองเท้าแบบปกติที่เห็นเอาไว้จัดทรงผ้าใบทั่วๆไป แต่รองเท้าก็ไม่ได้เสียทรงนะ กล่องค่อนข้างแข็งแรง แถมลายมันก็น่ารักมากด้วยโอ๊ยกรี๊ด
เราชอบความจริงใจของร้านพรีนี้อีกอย่างตรงที่ไม่มีการเซนเซอร์ป้ายราคา แบบเคยมะ ซื้อพรีออเดอร์มาละโดนเอาปากกามาขีดๆเอาราคาป้ายออก หรือบางทีก็ดึงสติ๊กเกอร์ราคาออก อันนี้ราคาบนป้ายก็มาครบ ที่เกาหลีราคา 69000 วอน ตกเป็นไทยก็สองพันนิดๆ เราว่าราคาโอเค สมเหตุสมผลดี
เอาพื้นรองเท้ากับรายละเอียดมาให้ดูกัน เรื่องส้น เราลองใส่มา 2-3 วันรู้สึกว่ามันกัด สังเกตุดูดีๆก็ถึงได้เข้าใจ มันหุ้ม “หนัง” ที่คิดเอาเองว่าถ้าใส่ไปซักพักหนังมันจะนิ่มขึ้น และไม่กัดอีกในอนาคต (หวังว่าจะเป็นอย่างที่คิดนะ) แต่ตอนนี้คือใส่ถุงเท้ากับแปะพลาสเตอร์กันกัดไว้ก่อนเลยฮะ ใส่ Slip-On แล้วโดนกัดมันไม่โอเครเลยนะเธอว์ บ้าที่สุดดด!
แต่!! มันมีความดีงามวิกสามพระรามสี่อยู่!! มันสวยมากกก ใส่แล้วแลดูวินเท๊จวินเทจ และด้วยความที่ส้นหนา เวลาเดินบนทางขรุขระก้อนหินเยอะๆมันไม่เจ็บเท้าาาาาา //กรี๊ด เหมาะสำหรับสายสมบุกสมบันอย่างเรามาก ทางเดินแถวบ้านแอบกันดาร ถนนไม่เรียบ เวลาใส่คอนเวิสจะแอบเจ็บเท้าช่วงหลังๆที่ส้นมันเริ่มสึกไปแล้ว ซึ่งดูทรงจากความหนาของส้น  VANS น่าจะอย่างน้อย 5 ปีกว่าส้นจะบาง (มันจะมีวันที่ส้นบางลงมั๊ยยังสงสัยอยู่นะ ทำส้นหนา Extreme จริมๆ)

ประวัติรองเท้า vans

ประวัติรองเท้าผ้าใบ VANS
     นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900-1965 บริษัทผลิตรองเท้าเจ้าใหญ่ๆในอเมริกา มีเพียงสองเจ้าเท่านั้นคือ CONVERSE RUBBER และ US.Keds(Keds,Pro Keds) เป็นบริษัทที่ได้รับการกล่าวถึงว่า”ผลิตรองเท้าที่สามารถบ่งบอกถึงความเป็นอเมริกันชนได้ ดีที่สุด” เพราะมีความทนทาน มีการออกแบบดีและราคาถูกจึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าเดินไปไหนก็จะต้องเห็นคนใส่รองเท้าสองยี่ห้อนี้ในชีวิตประจำวันจานมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนอเมริกาไปเลย จนกระทั่ง

     ปี 1966 รองเท้ายี่ห้อนึงได้ถือกำเนิดขึ้นและกลายมาเป็นร องเท้าระดับตำนานจนถึงวันนี้รองเท้า สุดแนวยี่ห้อนั้นชื่อ“VANS”ได้ถือกำเนิดขึ้นจากชายผู้มีความรักและชื่นชอบรองเท้า

     เขาต้องการผลิตรองเท้าที่มีรูปแบบเป็นของตัวเอง มีความทนทานต่อทุกสภาพการใช้งานและราคาไม่แพงและชายผู้นั้นชื่อ “Paul Van Doren” ก่อนที่เขาจะมาผลิตรองเท้าที่เป็นยี่ห้อของตัวเอง Paul ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตรองเท้าชื่อ”Randolph Rubber” ทีซึ่งเขาได้ทำงานผลิตรองเท้ากว่า 20ปี ประสบการณ์ที่นี่เป็นประโยชน์กับเขาอย่างมากในเวลาต่อมาเมื่อ Paul มีความตั้งใจที่จะผลิตรองเท้าในแบบของตนเอง และในปีนี้เองบริษัท “Van Doren The Rubber”บริษัทที่มีความชำนาญในด้านการผลิตรองเท้า จึงได้ถือกำเนิดขึ้นจากการรวบรวมผู้ที่มีความสามารถ มากประสบการณ์ ในด้านต่างๆ ที่มีความต้องการเดียวกันคือ”ผลิตรองเท้าที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง” ประกอบด้วย Paul Van Doren ผู้ชำนาญการด้านการตัดเย็บและผลิตรองเท้า Jim Van Doren

(พี่ชาย Paul) ผู้ชำนาญการด้านเครื่องจักรในการผลิต Serge D’Ella และ Gordy Lee ผู้ชำนาญการด้านการออกแบบทั้งหมดคือกำลังหลักในการทำให้รองเท้า VANS มีชื่อเสียงดังกระฉ่อนโลกจนถึงวันนี้ …..

     Paul ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต รองเท้าเพื่อที่จะมาสร้างโรงงานแห่งแรกขึ้นที่”แคลิฟอร์เนีย”การขนส่งเครื่องมือเครื่องจักร มาทุกทางเท่าที่จะมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเรือ,รถบรรทุกขนาดใหญ่,รถไฟ เพราะทั้งหมดเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ การขนส่งจึงใช้เวลานานและยากลำบาก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับ Paul งานนี้ Jim Van Doren ตอนนั้นอาศัยอยู่ที่ Costa Mesa รับอาสาทำแม่พิมพ์รองเท้าต้นแบบ
ให้กับ VANS ด้วยตัวเองโดยได้ออกแบบแม่พิมพ์รองเท้าผู้ชายขึ้นเป็นแบบแรก และของเด็กชายในเวลาต่อมา  โดย Jim ตั้งชื่อแม่พิมพ์ว่า the waffle sole หรือพื้นรูปขนม waffle นั่นเอง
ในการเริ่มผลิตรองเท้าในตอนแรกนั้นเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะ Paul เป็นช่างรองเท้าโดยพื้นฐาน ไม่ใช่นักบัญชีและการตลาด แต่เขากลับต้องเริ่มทำเองทุกขั้นตอนเพื่อเรียนรู้ในร ะบบธุระกิจที่เขาเองได้เริ่มขึ้น การตลาดในตอนแรกเป็นแบบ”ขายตรง” เพราะเขาไม่ต้องการให้ใบสั่งสินค้ามาเป็นตัวกำหนดทิศ ทางการผลิตรองเท้าและบั่นทอนจินตนาการของทีมงาน…

บ่อยครั้งที่ Paul จะบอกกับทีมงานและพนักงานให้เข้าใจถึงหลักการว่า ถ้าต้องการจะทำ VANS เป็น VANS เราจะต้องรักษามาตรฐานในการผลิตเอาไว้เพราะมาตรฐาน คือจุดขายของ VANS” 16 มึนาคม 1966 VANS STORE แห่งแรกได้เปิดขึ้นที่ 704E Broadway @ Anaheim, California และด้วยความใหม่ของกิจการปัญหาจึงมีขึ้นมา”ลองวิชา”กับพ่อค้าหน้าใหม่ วันนั้นมีลูกค้า 16รายต้องการรองเท้าแต่ของขายหมดแม้แต่สินค้าตัวโชว์ Paul จึงให้ลูกค้าจดชื่อรุ่นและสีของรองเท้าที่ลูกค้า ต้องการไว้ แล้วให้มารับของในวันต่อไป การมารับของพรุ่งนี้ 16 คู่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือของที่ลูกค้าสั่งอยู่ที่อื่น นั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายในการส่งต้องเพิ่มขึ้น ในวันรุ่งขึ้นลูกค้ามารับของตามนัดทุกคนได้ครบ

Paul คิดราคาเดิมไม่ได้มีการเพิ่มราคาแต่อย่างใดทั้งที่ตัวเองต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการขนส่ง รองเท้าคู่แรกของ Vans ที่ขายได้เป็นรองเท้าผู้ชายรุ่น “VANS #44 DECK SHOES” หรือที่รู้จักกันในชื่อรุ่น “AUTHENTIC”ในปัจจุบัน ขายไปในราคา”4.49$”และของผู้หญิงขายไปในราคา “2.29$” 6 เดือนแรกของ VANS เปิดทั้งหมด 10 store แต่ยอดขายบอกว่า VANS ขาดทุนไป ใน 10 แห่งของ store ที่เปิดมา และใน 25 สัปดาห์แรกของการเปิดบริษัทstoreมีจำนวนทั้งหมด 20 แห่ง 

ประวัติรองเท้าผ้าใบ VANS

รองเท้าvans

 

10 รองเท้า Vans โดนใจ รุ่นระดับตำนานของ Vans ที่ใครเห็นเป็นต้องชอบ

รองเท้า Vans

10 รองเท้า Vans โดนใจ รุ่นระดับตำนานของ Vans ที่ใครเห็นเป็นต้องชอบ

รองเท้า Vans บนโลกนี้หนึ่งในแบรนด์รองเท้า ที่อยู่ทนอยู่มาได้ยาวนานและเพิ่งครบรอบ 50 ปีไปหมาด ๆ ก็คือ Vans แบรนด์รองเท้าสตรีทชื่อดังจากแคลิฟอร์เนียนั่นเองครับ พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ยอดนิยมระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนเล่นสเก็ตบอร์ดอย่างเดียวถึงจะใส่ได้แบบเมื่อ่ก่อนแล้ว สำหรับวันนี้เราจะขอแนะนำ 10 โมเดลรองเท้า Vans ยอดฮิตที่เข้าขั้นเรียกได้ว่าเป็นรุ่นในตำนานทั้งนั้น จะมีรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลย

1. รองเท้า Vans Chima Pro (เปิดตัวปี 2013)

รองเท้า Vans แบบไหนดี

รองเท้า Vans ตัวนี้หน้าตาอาจดูคล้ายกับรุ่น Authentic หรือ Era แต่มีการปรับดีไซน์เล็กน้อยและเปลี่ยนวัสดุให้มีความเบาขึ้น แถมยังทนทานขึ้นด้วย ถือเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนชอบ Vans หน้าตาคลาสสิกครับ

2. Nexpa (เปิดตัวปี 2011)

รองเท้า Vans รุ่นไหนดี

ถึงแม้จะเป็นรองเท้าแตะ แต่เห็นแบบนี้อย่าคิดว่าเป็นแค่รองเท้าแตะธรรมดา ๆ นะครับ เพราะรุ่นนี้ทำออกมาตีมากเลยทีเดียว โดยเน้นไปที่ตลาดนักเล่นเซิร์ฟเป็นหลักเลยทีเดียว

3. Alomar (เปิดตัวปี 2010)

รองเท้า Vans Pantip

รุ่นนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมครับโดยเป็นรุ่น high-top แบบพรีเมี่ยมของรุ่น “106 Low Top”

4. Chukka Low (เปิดตัวปี 2006)

รองเท้า Vans มือ 2

สำหรับรุ่นนี้เป็นการร่วมกันออกแบบกับทีมสเก็ตบอร์ดสมัครเล่นของ Vans ในปี 2006 ปัจจุบันเป็นอีกรุ่นที่มีดีไซน์ออกมาให้เลือกเยอะมากและเป็นที่นิยมมาก ๆ เลยทีเดียว

5. Half Cab (เปิดตัวปี 1992)

รองเท้า Vans แท้ ดูยังไง

การเล่นสเก็ตในยุคหลัง ๆ มักจะมีการเล่นทริคฟลิปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเหล่านักสเก็ตบอร์ด ก็เลยพากันพับข้อรองเท้าของตัวเองลงมา พอทางแบรนด์รู้เข้าก็เลยจับทางได้ แล้วออกรองเท้าที่รองรับกับสิ่งที่พวกเขาต้องการมันออกมาซะเลย ซึ่งทำออกมาได้สวยงามแบบคลาสสิคมาก

6. Sk8-Hi (เปิดตัวปี 1978)

รองเท้า Vans ราคาถูก

รุ่นนี้เกิดขึ้นมาด้วยการที่ทางแบรนด์อยาก เน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้เล่นสเก็ตบอร์ดเป็นหลัก โดยได้ออกแบบมาให้ข้อเท้าที่สูงขึ้น เพื่อช่วยปกป้องข้อเท้าของผู้เล่นจากแรงกระแทงที่เกิดขึ้น ส่วนดีไซน์นั้นนับเป็นรุ่นที่ดีไซน์ออกมาไม่เหมือนใครเลยทีเดียว

7. Old Skool (เปิดตัวปี 1977)

รองเท้า Vans ผู้ชาย

รุ่นนี้รับรองว่าคุ้นตากันทุกคนแน่นอน โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงเจ้าแถบด้านข้างรองเท้าที่เรียกกันว่า Jazz Stripe ดีไซน์นี้ได้มาจากการวาดดูเดิลมั่ว ๆ ของ Paul Van Doren ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Vans นั่นเอง และเจ้ารุ่นนี้นับว่าเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ไปแล้ว

8. Classic Slip-On (เปิดตัวปี 1977)

รองเท้า Vans ของแท้

สำหรับรองเท้ารุ่นไร้เชือก ที่ฮิตกันทั่วโลกตัวนี้ มีชื่อเสียงขึ้นมาจากภาพยนตร์เรื่อง “Fast Times at Ridgemont High” เนื่องจาก Jeff Spicoli นักเล่นเซิร์ฟที่ในเรื่อง ที่รับบทบาทโดย Sean Penn นั้นได้ใช้สวมใส่ในเรื่องนั่นเอง

9. Era (เปิดตัวปี 1976)

รองเท้า Vans สีไหนดี

รองเท้ารุ่น Era รุ่นนี้ออกแบบโดยโปรสเก็ตสองคนคือ Tony Alva และ Stacy Peralta เปิดตัวพร้อมกับโลโก้ใหม่ “Off the Wall” และเจ้าโลโก้นี้ ก็ทำให้ทุกคนคุ้นตากันมาจนถึงตอนนี้นั่นเอง

10. รองเท้า Vans Authentic (เปิดตัวปี 1966)

รองเท้า Vans ใส่ไปโรงเรียน

รองเท้า Vans รองเท้ารุ่นแรกของแบรนด์ ที่นิยมกันมายาวนานตั้งแต่ปีแรกของการผลิตจนมาถึงปัจจุบัน โดยผู้ชายทุกวัยต่างพยายามเพื่อหามาใส่กันมากมาย มีความทนทานและยึดเกาะเป็นอย่างดี ที่สำคัญราคาไม่ถือว่าแพงมากด้วย ซึ่งนั่นคือเหตุผลให้เจ้ารุ่นนี้ กลายเป็น 1 ในรุ่น รองเท้า ที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของแบรนด์นี้ทันที

The North Face x Vans ปี2017 รองเท้าอีกหนึ่งรุ่นที่คลาสสิคอย่าบอกใคร

Vans Old Skool รองเท้า Never Die ขวัญใจชาว Skateboard

รองเท้า Vans Old Skool เป็นรองเท้าที่ไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาไปนานแค่ไหนก็ยังคงได้รับความนิยมและมีการพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะสีดำที่มีความต้องการในท้องตลาดจากทั่วโลกอยู่ตลอดเวลา อะไรทำให้รองเท้ารุ่นนี้ได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้เราไปไขความลับนี้กัน

รองเท้า Vans รหัส Style 36 หรือ Vans Old Skool ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ. 1977 ถือเป็นรองเท้ารุ่นแรกที่ทาง Vans เลือกใส่สัญลักษณ์แบรนด์อย่าง Jazz Stripe(ให้อารมณ์สนุกสนานเหมือนดนตรีแจ๊ส) ที่เป็นลายเส้นวัสดุทำจากหนังบริเวณข้างรองเท้า และนั่นก็ทำให้รองเท้า Vans ในยุคนั้นเริ่มมีสไตล์มากยิ่งขึ้นและได้รับความสนใจจากนัก Skateboard จำนวนมาก ส่วนสัญลักษณ์ Jazz Stripe ก็กลายเป็น signature ของ Vans ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สาเหตุที่ทำให้นัก Skateboard หรือเหล่านักกีฬาผาดโผนชื่นชอบรองเท้า Vans Old Skool นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความเท่และความมีสไตล์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความทนทานบวกกับพื้นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาให้ยึดเกาะได้ดีมากๆเมื่ออยู่บนกระดาน Skateboard ที่สำคัญในยุคนั้น (ประมาณ 80’s) วัฒนธรรม Skateboard ได้แทรกซึมอย่างรวดเร็วในหมู่วัยรุ่น การสร้างตัวตนไม่ตามรอยใครเริ่มเกิดขึ้นในกลุ่มคนเหล่านี้ งาน custom เครื่องแต่งกายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้การแต่งกายแนวนี้เป็นที่แพร่หลาย และแน่นอนว่ารองเท้า Vans Old Skool ก็เป็นอีกหนึ่ง Item ที่ขาดไม่ได้

ในยุคต่อๆมา Street Culture เริ่มไม่ได้ถูกเจาะจงอยู่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ยังรวมไปถึงแนวเพลง ศิลปะ และ Lifestyle ในรูปแบบอื่นๆด้วย ทำให้รองเท้า Vans Old Skool นั้นเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานต่างๆมากมาย เช่นการ collab กับวงดนตรีอย่าง SLAYER และอีกหลายๆวง หรือการ collab กับแบรนด์สตรีทแวร์อย่าง Supreme หรือแม้แต่แบรนด์การ์ตูนและค่ายเกมก็ยังมีให้เห็นมาแล้ว ทำให้รองเท้า Vans Old Skool เข้าไปอยู่ในใจของกลุ่มคนหลากหลายกลุ่มอย่างรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่าสิ่งแรกที่ทำให้รองเท้าได้รับความนิยมเรื่อยมาก็คือรูปทรงของรองเท้า Vans Old Skool ที่มีความเท่แบบเรียบง่าย สามารถเข้ากับการแต่งกายได้หลากหลาย และยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายของ Street Culture ที่ในปัจจุบันได้แผ่อิทธิพลไปทั่วโลกในวงการแฟชั่น อีกทั้งความทนทานที่เริ่มต้นจากการเป็นรองเท้าสเก็ตบอร์ด ทำให้รองเท้า Vans Old Skool ได้เปรียบรองเท้าหลายๆรุ่นที่เน้นไปที่แฟชั่นเพียงอย่างเดียว ส่วนสีที่ได้รับความนิยมตลอดกาลก็คงจะหนีไม่พ้นสีดำถึงแม้ว่าจะมีสีอื่นๆออกมาอีกมากมายก็ตาม

รองเท้า Vans Old Skool ในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ Vans Old Skool classic, Vans Old Skool Lite ที่มีน้ำหนักเบาสวมใส่สบาย และ Vans Old Skool Pro ที่เน้นเรื่องระบบรองรับแรงกระแทกสำหรับนักกีฬานั่นเอง

Vans Old Skool classic

Vans Old Skool Lite
Vans Old Skool Pro

รองเท้า Vans Classic Japanese Inspired “Series of Craft And Cultural”

ถ้าพูดถึงแวดวง Sneaker และ Street Fashion ทุกคนต่างรู้ดีว่าถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแล้วหล่ะก็ งานที่ออกมาสู่สายตาพวกเราจะต้องมีความพิเศษเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ ความปราณีต หรือแม้กระทั่งการออกแบบดีไซน์ และแน่นอนว่าเราจะได้เห็นในรองเท้า Vans คอลเลคชั่นนี้ด้วยเช่นกัน

รองเท้า Vans Classic Japanese-Inspired “Series of Craft And Cultural” ผลงานของร้าน Simple Union จากประเทศ Hong Kong ถ่ายทอดเรื่องราวของศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยเลือกเอาศิลปะการเย็บปักถักร้อยที่สวยงามและการปะติดผ้าซึ่งเป็นศิลปะที่ขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังนำลวดลายของหน้ากากปีศาจจิ้งจอก(คิสึเนะ) และตุ๊กตาดะรุมะ มาเป็นลวดลายบนตัวรองเท้า โดยทั้งปีศาจจิ้งจอกและตุ๊กตาดะรุมะนั้นล้วนเป็นความเชื่ออันเก่าแก่ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ใครที่อยากได้รองเท้างานสั่งทำสุดพิเศษอย่าง Vans Classic Japanese-Inspired “Series of Craft And Cultural” อาจจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของงานศิลปะสุด Limited Edition คอลเลคชั่นนี้

รองเท้า Vans Classic Japanese Inspired “Series of Craft And Cultural”

รองเท้า vans

รีวิวรองเท้า vans

รองเท้าผ้าใบ Vans สุดฮิต ที่มีแล้วไม่เอาท์

Vans Style 36 Marshmallow

รองเท้ายุค 70 สไตล์วินเทจ ที่กลับมาโด่งดัง เพราะ G-Dragon นำกลับมาใส่ ดีไซน์ของ Style 36 นั้น มาในโทนสี Marshmallow ยังคงมีความคลาสสิคของแถบด้านข้างรองเท้า ส่วนวัสดุในการผลิต แข็งแรงทนทานมากขึ้น สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ออกมาด้วยกัน 2 สี คือ Racing Red และ Dress Blues ราคาอยู่ที่ 2,700.- บาท มีความดีงาม ใครยังไม่มี คือ ควรมีจริงๆ นะ

Vans Checkerboard Slip-On

สำหรับรองเท้าสลิปออนรุ่นคลาสสิค แบรนด์แวน ลายตาราง สีขาว-ดำ คัมแบ็คกลับมาฮิตอีกครั้ง เพราะฮีจัสตินเขาใส่ รองเท้าผ้าใบสเก็ตบอร์ด พื้นวาฟเฟิล ยึดเกาะพื้น สวมใส่สบาย มีความยืดหยุ่น ใส่เที่ยว ใส่เรียน ก็เวิร์ค ถือว่าเป็นสุดคลาสสิคที่ไม่เคยไปไหนเลย แต่แค่กลับมาบูมมากๆ จนมีแต่คนหาซื้อไปใส่ ทั้งในต่างประเทศ และประเทศไทยเอง ราคา 1,880 บาท เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน คนดังในต่างประเทศใส่กันเยอะมาก คู่รักบรู๊ค-โคลอี้ ก็ใส่นะเออ

รองเท้า Vans

รีวิวรองเท้า Vans